วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

เทคนิคการถ่ายภาพ7

♫ SILHOUETTE
เป็นเทคนิคการถ่ายภาพย้อนแสง โดยจะไม่เห็นรายละเอียดของวัตถุ ควรถ่ายในช่วงเช้า หรือช่วงเย็นที่แสงแดดเริ่มอ่อน อย่าวัดแสงกับดวงอาทิตย์ตรงๆ ควรวัดแสงที่ท้องฟ้า เฉียง 45 องศากับดวงอาทิตย์ และลดรูรับแสงให้แคบลง 2-4 Stop หรือถ้าเป็นเวลาเย็นมาก สามารถมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าได้ ก็วัดแสงที่ดวงอาทิตย์ได้เลย
การถ่ายภาพประเภทนี้ต้องระวังเรื่องฉากหน้าและฉากหลังด้วย เพราะจะทำให้รบกวนภาพทำให้ภาพดูรกตา


ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ6

♫ CLOSE UP
เป็นการถ่ายภาพระยะใกล้เพื่อเน้นรายละเอียด หรือการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก สามารถถ่ายโดยใช้ฟิลเตอร์ Close up ซึ่งมีลักษณะเป็นเลนส์ขยาย จำหน่ายเป็นชุด ชุดละ 3 อัน สามารถต่อกันได้ แต่ต้องระวังในการถ่ายเพราะภาพจะชัดเฉพาะตรงกลางภาพ ส่วนด้านขอบของภาพจะไม่ชัดเพราะความโค้งของเลนส์ ยิ่งใช้ฟิลเตอร์หลายตัวยิ่งลดความคมชัดของภาพลง
ถ้าต้องการคุณภาพดี ควรใช้เลนส์มาโคร หรือเลนส์ถ่ายใกล้ จะให้รายละเอียดของภาพมากยิ่งขึ้น
การถ่ายภาพต้องระวังอย่าให้สั่นไหวเด็ดขาด ควรใช้ขาตั้งกล้องและสายลั่นชัตเตอร์เข้าช่วย หรือพยายามใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูง จะช่วยได้มาก


ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ5


♫ PANNING
เป็นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเหมือนกับภาพ acti-on แต่จะใช้เทคนิคการแพนหรือการส่ายกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนที่ และกดชัต-เตอร์ขณะที่ส่ายกล้อง ทำให้วัตถุที่ต้องการเน้นนิ่งเห็นรายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่ฉากหน้าและฉากหลังที่นิ่งอยู่กับที่ลู่ตามวัตถุ เป็นที่นิยมมากในการถ่ายภาพกีฬาประเภทต่างๆ
ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ4

♫ ACTION
เป็นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเพื่อให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว เพราะความเร็วชัตเตอร์ที่ช้า จึงทำให้วัตถุที่ต้องการเน้นไม่ชัดเจน พร่ามัว จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้ามากเพียงใดขึ้นอยู่กับความเร็วจองวัตถุที่เคลื่อนที่ผ่านเลนส์ ผู้ถ่ายภาพต้องสามารถประมาณความเร็วได้ ยิ่งช้ามากเท่าใด ภาพยิ่งพร่ามัวมากเท่านั้น แต่อย่ามากเกินไปเพราะจะทำให้มองไม่เห็นวัตถุที่ถ่ายให้ชัดเจน


ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ3


♫ STOP ACTION
เป็นเทคนิคการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูง เพื่อให้ภาพที่เคลื่อนไหวดูหยุดนิ่ง โดยใช้ตั้งแต่ 1/250 วินาทีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเคลื่อนที่ผ่านหน้าเลนส์ของวัตถุ
การถ่ายภาพลักษณะนี้ต้องวางแผนให้ดี ปรับโฟกัสและวัดแสงไว้ล่วงหน้า อาศัยการกะระยะและการตัดสินใจที่ฉับไวในการถ่ายภาพ แต่ต้องอย่าลืมเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ภาพมีความงามและมีคุณค่า
ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ2


♫ LAND SCAPE
หรือการถ่ายภาพภูมิทัศน์ นิยมถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง เพื่อให้เห็นพื้นที่ในบริเวณกว้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ โดยปกใช้เลนส์มาตรฐานก็ได้เช่นกัน การถ่ายภาพลักษณะนี้ควรใช้รูรับแสงที่แคบเพื่อให้เกิดระยะชัดมากที่สุด ควรคำถึงถึงฉากหน้า ฉากหลังของภาพ และการวางจุดสนใจ หรืออาจใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ฟิลเตอร์โพราไรซ์ เพื่อให้สีของภาพอิ่มตัวขึ้น ท้องฟ้าเข้มขึ้นทำให้ภาพน่าสนใจ

ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/kind.htm

เทคนิคการถ่ายภาพ


♫ DEPTH OF FIELD
การถ่ายภาพลักษณะนี้เพื่อเน้นระยะชัด ผู้ถ่ายภาพต้องเข้าใจการกำหนดค่าของรูรับแสงของเลนส์ เพื่อให้ได้ภาพตามต้องการ
ค่าของรูรับแสง มีตั้งแต่กว้างสุดคือ 1.2 4 5.6 8 11 16 22 ค่าตัวเลขยิ่งน้อยรูรับแสงยิ่งกว้าง ระยะชัดของภาพจะสั้นลง หรือที่เรียกว่า "ชัดตื้น" ในขณะเดียวกัน ค่าของตัวเลขยิ่งมาก รูรับแสงจะแคบลง ยิ่งแคบมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ภาพเกิดระยะชัดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
แต่ข้อควรระวัง คือ ยิ่งเปิดรูรับแสงแคบลงเท่าใจ จะได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลง อาจทำให้กล้องสั่นไหวได้ง่าย ควรใช้ขาตั้งกล้องช่วยเพื่อให้กล้องนิ่งยิ่งขึ้น



ที่มา:http://202.183.216.170/computer/m2fri49/g17m2fri/technic.htm